Translate

หน้าเว็บ

20 ตุลาคม 2561

การสวมบทบาท

การสวมบทบาท  (ROLE PLAY)

        กลวิธีการให้การฝึกอบรม เรื่อง “การสวมบทบาท”เป็นกลวิธีหนึ่งที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้ฝึกการวิเคราะห์และประเมินผลบทบาทจากการแสดงของสมาชิกที่อยู่ในรูปลักษณะของการแสดงออกทางด้านพฤติกรรมในการทำงานของมนุษย์ผู้แสดงจะต้องพยายามแสดงออกทางอารมณ์ทุกด้าน  ตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย
วิธีการ
1. เลือกเรื่องราวและสถานการณ์ที่มีความหมายต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม
2. เลือกผู้แสดง ( ใช้หลักการอาสาสมัคร )
3. เตรียมการแสดง ( โดยให้เวลาสำหรับแสดง 2-3 นาที ) เตรียมอารมณ์ เพื่อเน้นบทบาทและความรู้สึกของตัวละครที่สมมติขึ้น  ไม่ใช่อารมณ์ของตนเอง
4. “แสดง”ต้องให้เกิดความประทับใจในพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับบทและสถานการณ์ขณะที่สมมุติขึ้น
5. ดำเนินการอภิปรายและซักถาม ( เริ่มจากการซักถามผู้แสดงถึงความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครที่ถูกกำหนดขึ้นในการสวมบทบาท )
6. ให้โอกาสกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้อภิปราย  ภายใต้การควบและปรึกษาของวิทยากรประจำกลุ่มโดยโยงข้อวินิจฉัยต่างๆ เข้ากับงานของเขาเพราะความสำเร็จของการสวมบทบาทนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้แสดงและผู้ดู
ข้อดีข้อจำกัด
1.เปิดโอกาสให้สมาชิกผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้และศึกษาพฤติกรรมในการทำงานของมนุษย์
2. เป็นการฝึกทักษะการแก้ปัญหาจากประสบการณ์ตรง
3.ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสวินิจฉัยบทบาทและอารมณ์ของตัวละครด้วยประสบการณ์ของตัวเองได้ถูกต้อง
4. การจัดสรรประสบการณ์จากการสวมบทบาทให้เกิดขึ้นกับผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนได้มีโอกาสนั้นจะต้องใช้เวลาและเนื้อหาสาระมากเป็นพิเศษ
ข้อควรคำนึง
         การแสดงบทบาทสมมติ ( Role  Play )นั้น ผู้แสดงจะต้องแสดงด้วยวิญญาณของบทบาทที่ได้รับมอบหมายโดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์  ไม่ใช่แสดงในอารมณ์ของตนเอง และผู้แสดงต้องคิดเสมอว่าตนเป็นทูตของบทละครที่จะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้บทบาทและอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่กำหนดให้
        วิธีการนี้เหมาะที่จะนำไปใช้กับการสอนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็นผู้ใหญ่มากเพราะเป็นแนวทางการมอบเรื่องและบทบาทให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ร่วมแสดงความคิดที่เป็นผลจากบทบาทที่ถูกสมมติให้แสดงขึ้น  ซึ่งเป็นแนวทางอีกทางหนึ่งที่ผู้สอนจะได้ใช้ประสบการณ์ของผู้เรียนให้เกิดประโยชน์ต่อ
บทสรุป
        การสวมบทบาทเป็นวิธีการให้การฝึกอบรมอย่างหนึ่งที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้บทบาทและอารมณ์ของตัวละคร  ภายใต้สภาวการณ์ที่กำหนดไว้แล้วนำข้อคิดต่างๆมาอภิปราย พิจารณาและวินิจฉัยเข้ากับงานและบทบาทของตนเอง เพื่อจัดเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้ต่อไป
ข้อเสนอแนะบางประการ
        เมื่อผู้แสดงๆจบแล้ว  อาจมีการอภิปรายและซักถามผู้แสดงเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้แยกแยะอารมณ์ของผู้แสดงแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร  และผู้แสดงเกิดความรู้สึกอย่างไร ทำไมจึงต้องแสดงเช่นนั้น ( ผู้แสดงต้องตอบ ) ด้วยความเป็นจริง ไม่ใช่อารมณ์ที่อยู่ภายใต้จิตสำนึกของตนเอง  เป็นอารมณ์ที่เกิดจากบทบาทของตัวละครที่ได้รับมอบหมาย
ตัวอย่างบทบาท  ในวิชาการสวมบทบาท
ให้คณะวิทยากรสาธิต
        เนื้อเรื่องเป็นการแสดงถึงปัญหาที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์  ที่อาจนำมาใช้ให้เข้ากับงานของลูกเสือ
 จุดมุ่งหมายของการแสดงการสวมบทบาทเรื่องนี้
     เพื่อเปิดโอกาสให้มีการวินิจฉัยปฏิกิริยาของผู้ดูที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้แสดง
บทนำเรื่อง
        นายสามารถ  เป็นหัวหน้าสำนักงานลูกเสือจังหวัด  และนางสาวต้อยติ่ง เป็นเสมียนในสำนักงานฯ มาแล้ว 15 ปี เนื่องจากงานลูกเสือมีปริมาณเพิ่มและมากขึ้น  ต้อยติ่งเพียงคนเดียวไม่สามารถที่จะทำงานได้สำเร็จไปได้ด้วยดีสามารถจึงได้จัดหาคนมาช่วยอีกหนึ่งคนคือ นายสมศักดิ์  และในระยะแรกนี้สามารถได้มอบให้ทั้งสองคน ( ต้อยติ่งและสมศักดิ์ ) ทำงานอยู่ที่โต๊ะเดียวกันไปก่อน ต่อมาทั้งสองคนเกิดความขัดแย้งกันขึ้น
ลักษณะนิสัยของตัวละคร
สามารถ  เป็นหัวหน้าที่ไม่สนใจกับงานและผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
ต้อยติ่ง   เป็นคนจู้จี้  อารมณ์อ่อนไหว ทะเยอทะยาน
สมศักดิ์  เป็นใหม่ที่ขยันขันแข็ง รู้งานแต่เป็นคนโผงผาง
ดำเนินเรื่อง
        วันหนึ่งระหว่างพักกลางวันภายในห้องทำงาน  สมศักดิ์ได้เสนอแนวความคิดและความต้องการของตนกับสามารถผู้เป็นหัวหน้าสำนักงานฯ
สมศักดิ์  “ทำไมท่านไม่จัดโต๊ะของกระผมและคุณต้อยติ่ง  แยกออกจากกันสักทีครับ”
สามารถ  “ทำไมหรือ ? ก็ดีอยู่แล้วนี่”
สมศักดิ์  “กระผมคิดว่า ถ้าเราได้แยกโต๊ะทำงานกันเป็นสัดส่วน  การปฏิบัติงานของกระผมก็จะดีและสะดวกขึ้น และทำงานได้มากกว่านี้อีกมากครับ  ”
สามารถ  หันไปพูดกับต้อยติ่ง  โดยไม่สนใจกับคำพูดของสมศักดิ์เลย  “คุณต้อยติ่ง คุณทำงานที่นี่มาก็ 15 ปีแล้วนะ  สำนักงานเรารู้สึกภูมิใจมาก คุณจะไม่เสนอแนะอะไรบ้างหรือที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์กับสำนักงานของเรา”
ต้อยติ่งนั่งฟังอย่างสนใจ  และสามารถพูดต่อ
“คุณต้อยติ่ง  คุณเห็นว่า สมศักดิ์เป็นคนดีไหม ดูเหมือนว่าเขาทำงานตามที่คุณสั่งทุกอย่างเลยนะ”
หันไปพูดกับสมศักดิ์
“คุณสมศักดิ์  คุณนึกอย่างไรในความทะเยอทะยานของคุณต้อยติ่ง  คุณคงจะเคยได้ยินว่าคุณต้อยติ่งเฝ้าแต่บ่นแล้วบ่นเล่า  เรื่องต่างๆมากมายเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสำนักงานเรา ”
สมศักดิ์  หันไปคุยกับต้อยติ่ง
“คุณต้อยติ่ง”
“คุณทำงานที่นี่มาตั้งนานถึง 15 ปี แล้วนะ  เงินเดือนคุณก็มากและคุณเองก็ทำงานดี ยิ่งกว่านั้นคุณกับหัวหน้าก็เข้ากันได้ดีตลอดมา”
“เอ....”
“ ผมคิดว่า... ”
“ คุณไม่เคยสนใจและเอาใจใส่การบริหารงานของหัวหน้าเลยเพราะเขาเอาแต่สั่งๆแล้วก็ไป  คุณก็ทำๆๆ ทำตามสั่งอยู่คนเดียวตลอด ”
ต้อยติ่ง  “ นี่นี่ คุณสมศักดิ์ ”
“ คุณทำงานที่นี่มา 6 อาทิตย์แล้วนะ ”
“ คุณจะคิดปรับปรุงานของหัวหน้าของดิฉันและสำนักงานเชี่ยวหรือ ”
สมศักดิ์  “ ครับ ”
ต้อยติ่ง  “ นี่ คุณออกจากงานเดิม  เพราะภรรยาของคุณใช่ไหม ”
สมศักดิ์  “ ทำท่างง ”
ต้อยติ่ง  “ คุณจะสนุกกับงานเก่า ของคุณมากสินะ  แล้วคุณก็คงจะคิดว่างานใหม่ที่นี่คงจะให้คุณมาคิกปรับปรุงอีกนะสิ ”
ลักษณะการพูดประโยคนี้กระทบกระทั่ง

“ ถ้าคุณทำได้  ก็คงจะเป็นประโยชน์อย่างมากเชียวนะ  แก่สำนักงานเรา ”

ไม่มีความคิดเห็น:

เครื่องแบบลูกเสือ การแต่งเครื่องแบบลูกเสือ กางเกง  ชายกางเกงขาสั้น ผ้าผูกคอ     ใช้ผ้าผูกคอตามสังกัด   (เช่น ลูกเสือเขตการศึกษา 8  เช...

ค้นหาบล็อกนี้